Please enable JS
BACK

ดูแลแมวแต่ละช่วงวัยอย่างไรให้ห่างไกลจากโรค

ดูแลแมวอย่างไรให้ห่างไกลโรค

ดูแลแมวแต่ละช่วงวัยอย่างไรให้ห่างไกลจากโรค

   โรคหรือความผิดปกติที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ เป็นเรื่องสำคัญที่เจ้าของแมวควรทำความเข้าใจถึงความเสี่ยงของการเกิดโรคของแมวแต่ละช่วงอายุ เพราะจะช่วยให้เจ้าของสามารถป้องกันโรคและดูแลสุขภาพแมวได้อย่างตรงจุดมากยิ่งขึ้น ซึ่งแมวแต่ละช่วงวัยนั้นจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหรือความผิดปกติที่แตกต่างกัน ดังต่อไปนี้

ลูกแมว อายุแรกเกิด – 1 ปี

1.ลูกแมว (อายุแรกเกิด – 1 ปี)

   ลูกแมวตั้งแต่ช่วงแรกเกิดจนถึง 1 ปี มักเสี่ยงต่อการติดโรคจากแม่ ผ่านทางรก น้ำนมแม่ หรือจากการสัมผัสโดยตรง เช่น โรคติดเชื้อปรสิต หรือโรคติดเชื้อไวรัสบางชนิด เช่น โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ยิ่งไปกว่านั้นช่วงนี้ยังเป็นช่วงที่แมวมีภูมิต้านทานต่ำ จึงทำให้แมวมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ ดังนั้นการทำวัคซีนจึงเป็นการป้องกันโรคที่สำคัญในช่วงวัยนี้ เพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัส เช่น โรคหัดแมว โรคไข้หวัดแมว เป็นต้น และด้วยความที่แมวช่วงวัยนี้ชอบทำกิจกรรมมาก จึงทำให้เสี่ยงต่อการได้รับบาดเจ็บ ที่อาจติดเชื้อผ่านทางบาดแผลตามมาได้

2.แมวโตเต็มวัย (อายุ 1 - 6 ปี)

   ในช่วงโตเต็มวัย จะเป็นช่วงที่ระบบต่าง ๆ ของร่างกายทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้แมวช่วงวัยนี้มีสุขภาพที่แข็งแรงมาก อย่างไรก็ตามยังอาจพบความผิดปกติได้ โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพช่องปากและฟัน ภาวะน้ำหนักเกิน หรือปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะ

3.แมวสูงวัย (อายุมากกว่า 7 ปีขึ้นไป)

   เนื่องจากประสิทธิภาพการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย มักแปรผกผันกับอายุของแมวที่เพิ่มขึ้น จึงทำให้แมวสูงวัยมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหรือความผิดปกติได้ง่ายกว่าแมวช่วงวัยอื่น ๆ ตัวอย่างโรคที่พบได้บ่อยในแมวสูงวัย เช่น โรคไตเรื้อรัง โรคผิวหนัง โรคข้อเสื่อม เป็นต้น

โรคที่สำคัญในแมวแต่ละช่วงวัย

โรคที่สำคัญในแมวแต่ละช่วงวัย

ลูกแมว (อายุแรกเกิด – 1 ปี)

• โรคพยาธิไส้เดือน

   ลูกแมวสามารถติดพยาธิชนิดนี้ได้จากทางน้ำนมแม่ ส่งผลให้เกิดอาการผิดปกติ เช่น แคระแกร็น ท้องเสียสลับกับท้องผูก ท้องกาง อาเจียนหรือขับถ่ายมีพยาธิปนออกมา การป้องกันสามารถทำได้โดยให้ยาถ่ายพยาธิ โดย Tropical Council for Companion Animal Parasite หรือ TroCCAP แนะนำว่าสามารถเริ่มให้ยาถ่ายพยาธิที่มีความปลอดภัยในลูกแมว เพื่อการกำจัดพยาธิไส้เดือน ในลูกแมวที่มีอายุ 2 สัปดาห์ เป็นต้นไป

• โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว

   เกิดจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า Feline leukemia virus หรือ FeLV โดยลูกแมวสามารถรับเชื้อไวรัสนี้จากแม่ผ่านทางรก หรือจากสารคัดหลั่ง ไวรัสชนิดนี้จะส่งผลให้แมวเกิดเนื้องอกที่อวัยวะต่าง ๆ เชื้อไวรัสยังไปกดภูมิคุ้มกัน ทำให้แมวติดเชื้อจากสิ่งแวดล้อมได้ง่าย รวมทั้งไปกดการทำงานของไขกระดูก ทำให้การสร้างเม็ดเลือดต่าง ๆ ลดลง ส่งผลให้เกิดภาวะโลหิตจาง อาการเบื้องต้นที่พบ ได้แก่ ซึม เบื่ออาหาร แคระแกร็น เป็นต้น การป้องกันสามารถทำได้โดยการทำวัคซีน ครั้งแรกที่อายุ 8 สัปดาห์ และทำซ้ำอีก 1 ครั้งใน 1 เดือนถัดมา หลังจากนั้นให้กระตุ้นซ้ำทุก ๆ 1 ปี หรือ 3 ปี ขึ้นอยู่กับชนิดของวัคซีน และความเสี่ยงของการติดเชื้อของแต่ละพื้นที่ (AAFP, 2013) อย่างไรก็ตามก่อนที่จะทำวัคซีนชนิดนี้ จำเป็นต้องตรวจให้มั่นใจว่าแมวยังไม่มีการติดเชื้อ

• โรคไข้หัดแมว

   โรคไข้หัดแมว โรคหัดแมว หรือโรคลำไส้อักเสบในแมว เกิดจากเชื้อไวรัส Feline panleukopenia virus หรือ Feline parvovirus โรคนี้ติดต่อได้ง่ายจากการสัมผัสโดยตรง หรือการกินอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อในอุจจาระของแมวที่ติดเชื้อ แมวที่ติดเชื้อมักแสดงอาการซึม ไข้สูง อาเจียน และท้องเสียรุนแรง โดยสังเกตได้ว่าอุจจาระจะมีลักษณะเหลว มีเลือดปน และมีกลิ่นเหม็นคาว นอกจากนี้ยังทำให้แมวมีภาวะขาดน้ำ และปริมาณเม็ดเลือดขาวลดลง การป้องกันโรคนี้สามารถทำได้โดยการทำวัคซีนที่อยู่ในรูปของวัคซีนรวมสำหรับป้องกันโรคไวรัสเฮอร์ปีส์ – 1 ของแมว โรคแคลลิซิไวรัส และไวรัสไข้หัดแมว โดยสามารถเริ่มทำครั้งแรกเมื่อแมวอายุ 6 สัปดาห์ จากนั้นทำทุก ๆ 3 – 4 สัปดาห์ จนแมวมีอายุ 16 – 20 สัปดาห์ สำหรับแมวอายุมากกว่า 16 สัปดาห์ แนะนำให้ทำวัคซีน 2 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน 3 – 4 สัปดาห์ และหลังจากนั้นให้กระตุ้นซ้ำอีก 1 ครั้งใน 1 ปีถัดไป (AAFP, 2013)

• โรคหวัดแมว

   โรคหวัดแมว เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสชนิด Feline herpesvirus และ Feline calicivirus ร่วมกับเชื้อแบคทีเรีย แมวที่ติดเชื้อจะแสดงอาการคล้ายเป็นหวัด ได้แก่ ไอ จาม มีน้ำมูก ตาอักเสบ น้ำลายไหลยืด มีแผลในปาก และเหงือกอักเสบ เป็นต้น การป้องกันสามารถทำได้โดยการทำวัคซีนพร้อมกับโรคไข้หัดแมว

• โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมว

   โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมว เกิดจากเชื้อ Feline coronavirus ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่มีความรุนแรงสูง เชื้อสามารถก่อโรคในหลายระบบ แมวที่เป็นโรคจะพบว่ามีอาการซึม มีไข้ ท้องเสีย พบของเหลวในช่องอกและช่องท้อง ที่ส่งผลให้แมวหายใจลำบาก เชื้อไวรัสสามารถติดต่อทางการกินอาหารที่ปนเปื้อนจากอุจจาระเป็นหลัก และมักเกิดในลูกแมวที่เลี้ยงรวมกันหลายตัว สำหรับการป้องกันเจ้าของต้องดูแลความสะอาดของสถานที่และอุปกรณ์ต่าง ๆ ของแมว รวมถึงป้องกันไม่ให้แมวปกติใกล้ชิดกับแมวอื่นที่ไม่ทราบประวัติ ส่วนการทำวัคซีน ในปัจจุบันยังมีข้อโต้แย้งเรื่องประสิทธิภาพของวัคซีน เนื่องจากระยะเวลาของภูมิต้านทานค่อนข้างสั้น

แมวโต เต็มวัย (อายุ 1 - 6 ปี)

• ความผิดปกติภายในช่องปาก

   คราบหินปูนและปัญหาเหงือกอักเสบ ถือเป็นความผิดปกติที่พบได้บ่อยในแมว ในรายที่เป็นรุนแรง อาจส่งผลให้แมวไม่กินอาหารและน้ำหนักลด ความผิดปกตินี้อาจเกิดจากหลายสาเหตุร่วมกัน ทั้งคราบจุลินทรีย์ แบคทีเรียในช่องปาก การติดเชื้อไวรัสบางชนิด หรือแม้แต่อาหาร ดังนั้นการป้องกันที่ดีที่สุด คือ การดูแลความสะอาดภายในช่องปากอย่างสม่ำเสมอ และการพาแมวมาตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำทุกปี เพื่อวางแผนการรักษาได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้การให้อาหารเม็ดคุณภาพดีที่มีส่วนประกอบของแร่ธาตุที่ช่วยในการขัดฟัน อย่างเช่น PRO PLAN® Adult with OPTIRENAL ยังช่วยลดการเกิดคราบหินปูนได้อีกด้วย

• ความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะ

   โดยเฉพาะกลุ่มโรคระบบทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง หรือ Feline lower urinary tract disease (FLUTD) ซึ่งเป็นโรคที่มีความเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย เช่น การได้รับอาหารที่มีระดับแร่ธาตุบางชนิดสูงเกินไปจนเกิดเป็นนิ่วอุดตันในทางเดินปัสสาวะ หรือความเครียดที่ส่งผลให้แมวกินน้ำน้อยหรือกลั้นปัสสาวะ เป็นต้น โรคในกลุ่มนี้มักส่งผลให้แมวปัสสาวะผิดปกติ เช่น ปัสสาวะปนเลือด (hematuria), ปัสสาวะถี่ผิดปกติ (pollakiuria), ปัสสาวะลำบาก (dysuria), ปัสสาวะด้วยความเจ็บปวด (stranguria), หรือกลั้นปัสสาวะไม่ได้ (urinary incontinence) เป็นต้น

   การจัดการอาหารที่เหมาะสมถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดโอกาสเกิดความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะได้ จึงขอแนะนำ PRO PLAN® adult with OPTIRENAL สูตรอาหารที่ทำมาจากโปรตีนคุณภาพสูง ทั้งเนื้อไก่หรือปลาแซลมอน มีสารอาหารครบถ้วน และยังช่วยเสริมสร้างการทำงานของไตและระบบขับถ่ายปัสสาวะได้อย่างมีประสิทธิภาพ

• โรคอ้วน

   สาเหตุของโรคอ้วนอาจเกิดจากการที่แมวได้รับพลังงานมากขึ้น (จากการกินอาหารในปริมาณที่มากขึ้น หรือการกินอาหารที่มีพลังงาน) ในขณะเดียวกันอาจเกิดจากการลดการใช้พลังงาน (จากการที่แมวมีกิจกรรมลดลง หรือมีระดับของฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำกว่าปกติ) โรคอ้วนยังเป็นสาเหตุของการเกิดโรคอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน ภาวะความดันโลหิตสูง อาการหายใจลำบาก หรือโรคข้อเสื่อม เป็นต้น วิธีการจัดการโรคอ้วนที่เหมาะสมที่สุด คือ การออกกำลังกาย และการให้อาหารอย่างเหมาะสม โดยควรเลือกให้ PRO PLAN® Adult Sterilised/Weight Loss with OPTIRENAL มาช่วยในการควบคุมน้ำหนักด้วยปริมาณไขมันที่น้อยกว่า และ ใช้โปรตีนคุณภาพสูงและคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ทำให้แมวรู้สึกอิ่มเร็วขึ้นแม้กินอาหารในปริมาณน้อย นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดนิ่วและความผิดปกติในระบบทางเดินปัสสาวะได้อีกด้วย

• โรคผิวหนัง

   โรคผิวหนังแมว เป็นอีกหนึ่งปัญหาสุขภาพสำคัญ ที่มีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย ทั้งอายุที่มากขึ้น ที่ทำให้แมวทำความสะอาดตัวเองลดลง ความเครียด การติดเชื้อที่ผิวหนัง หรือภาวะขาดสารอาหาร เป็นต้น ดังนั้นการเลือกให้อาหารที่เหมาะสม จึงเป็นวิธีหนึ่งที่จะสามารถช่วยบำรุงผิวหนังได้ อย่างเช่น Pro PLAN® DERMA PLUS with OPTIDERMA สูตรอาหารสำหรับการบำรุงผิวหนังโดยเฉพาะ ที่มีส่วนประกอบของโปรตีนคุณภาพสูง กรดไขมันโอเมก้า 3 โอเมก้า 6 ไบโอติน วิตามิน A, E, และ B รวมทั้งแร่ธาตุที่สำคัญอย่างสังกะสีและทองแดง ที่มีส่วนช่วยในการเสริมความแข็งแรงของผิวหนัง ลดการหลุดร่วงของเส้นขน และยังช่วยป้องกันปัญหาก้อนขนได้

• โรคลำไส้อักเสบแบบไม่ทราบสาเหตุ

   โรคลำไส้อักเสบแบบไม่ทราบสาเหตุ หรือ inflammatory bowel disease (IBD) เกิดจากการเสียสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ หรือระบบเยื่อบุภูมิคุ้มกัน (mucosal immune system) ทำงานผิดปกติ จึงส่งผลให้มีการติดเชื้อต่าง ๆ ได้ง่าย แมวที่เป็นโรคนี้มักมีอาการซึม เบื่ออาหาร น้ำหนักลด อาเจียน ถ่ายเหลว ซึ่งคล้ายกับความผิดปกติของทางเดินอาหารอื่น ๆ ดังนั้นการวินิจฉัยโรคนี้โดยตรงจึงทำได้ยาก ส่วนการรักษาโรคสามารถทำได้หลายทาง ทั้งการรักษาตามสาเหตุ เข่น การให้ยาต้านปรสิต การรักษาตามอาการด้วยยาปฏิชีวนะหรือยากดภูมิคุ้มกัน และการใช้โภชนบำบัด เป็นต้น ดังนั้นจึงขอแนะนำ Pro PLAN® HOUSE CAT with OPTIRENAL เป็นอีกทางเลือกในการป้องกันโรค เนื่องจากเป็นสูตรอาหารที่มีส่วนประกอบของไฟเบอร์และพรีไบโอติค เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของทางเดินอาหารให้ดูดซึมได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งสามารถควบคุมและป้องกันการเกิดก้อนขนในทางเดินอาหาร รวมทั้งช่วยลดกลิ่นรบกวนจากสิ่งขับถ่ายของแมวได้อีกด้วย

แมวสูงวัย (อายุมากกว่า 7 ปีขึ้นไป)

• โรคไตเรื้อรัง

   โรคไตเรื้อรัง (chronic kidney disease ; CKD) เป็นความผิดปกติที่พบได้เป็นอันดับต้น ๆ โดยโรคนี้มีสาเหตุมาจากทำงานของไตลดลง จากความผิดปกติแต่กำเนิด หรือความผิดปกติอื่น ๆ เช่น มะเร็ง นิ่ว หรือการอักเสบติดเชื้อ เป็นต้น แมวที่เป็นโรคไตมักมีอาการ ซึม เบื่ออาหาร กินน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อย อาเจียน มีกลิ่นปาก เป็นต้น

   อย่างไรก็ตามการรักษาโรคไตเรื้อรังปัจจุบัน ยังเป็นเพียงการรักษาตามอาการเท่านั้น การป้องกันจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคไต ดังนั้นสำหรับแมวโตเต็มวัยที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง จึงขอแนะนำ PRO PLAN® adult with OPTIRENAL สูตรอาหารที่ทำมาจากโปรตีนคุณภาพสูง ที่จะช่วยเสริมการทำงานของไตและระบบขับถ่ายปัสสาวะได้อย่างมีประสิทธิภาพ

   สำหรับแมวสูงวัย ขอแนะนำ Pro PLAN® adult 7+ with LONGEVIS อาหารสำหรับแมวสูงวัย ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีเฉพาะที่ช่วยปรับสมดุล pH ของปัสสาวะแมว ที่ช่วยลดความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะได้ และยังครบถ้วนไปด้วยวิตามินและเบต้าแคโรทีนพร้อมสารต้านอนุมูลอิสระช่วยเสริมการทำงานของทุกระบบสำคัญของร่างกาย เช่น ระบบภูมิคุ้มกัน, ระบบทางเดินอาหาร, และการทำงานของไต

• โรคข้อเสื่อม

   อย่างที่ได้กล่าวไปในตอนต้นว่า แมวอายุมากมักมีการเคลื่อนไหวของร่างกายน้อยลง ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งอาจมาความเจ็บปวดที่ข้อต่อในรายที่เป็นโรคข้อเสื่อม ที่จะสังเกตเห็นว่าแมวมีการเคลื่อนไหวผิดปกติ ขาแข็งเกร็ง เดินช้า กระโดดไม่ได้ นอนมากกว่าปกติ เป็นต้น และในปัจจุบันโรคนี้ยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด มีเพียงการรักษาแบบพยุงอาการร่วมกันหลายวิธี เพื่อให้แมวสูงวัยที่เป็นโรคนี้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการให้ยาลดปวด ให้สารเสริมบำรุงข้อ การฝังเข็ม การทำกายภาพบำบัด การควบคุมน้ำหนัก และสามารถลดความเสี่ยงการเกิดโรคได้ด้วยการจัดการด้านโภชนาการอย่างเหมาะสม เช่น การเลือกให้ PRO PLAN® adult 7+ with LONGEVIS อาหารสูตรพิเศษสำหรับแมวสูงวัย ที่อุดมไปด้วยแคลเซียมและฟอสฟอรัส ที่ช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบกระดูกและข้อต่อได้เป็นอย่างดี

การดูแลสุขภาพของแมวในทุกช่วงวัย

การดูแลสุขภาพของแมวในทุกช่วงวัย

• การทำวัคซีน

   จากข้างต้นจะเห็นว่า แมวมีโอกาสติดเชื้อไวรัสได้หลายชนิด และการรักษาโรคติดเชื้อไวรัสในปัจจุบันยังสามารถทำได้เพียงพยุงอาการเท่านั้น ดังนั้นการป้องกันด้วยวัคซีนจึงเป็นแนวทางที่ดีที่สุด เนื่องจากวัคซีนจะไปกระตุ้นให้แมวเกิดการสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย วัคซีนแมวแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ วัคซีนหลัก (core vaccine) หรือวัคซีนที่แมวทุกตัวควรได้รับ ได้แก่ วัคซีนสำหรับไวรัสเฮอร์ปีส์ - 1 (Feline herpesvirus -1 ; FHV - 1), แคลลิซิไวรัส (Feline calicivirus ; FCV), ไวรัสไข้หัดแมว (Feline panleukopenia virus ; FPV), ไวรัสมะเร็งเม็ดเลือดขาว (Feline leukemia virus ; FeLV - kittens) และไวรัสพิษสุนัขบ้า (Rabies) และวัคซีนที่ไม่ใช่วัคซีนหลัก (non - core vaccine) หรือวัคซีนทางเลือกที่พิจารณาให้ตามความเสี่ยงของการติดเชื้อแต่ละชนิด วัคซีนในกลุ่มนี้ได้แก่ วัคซีนสำหรับไวรัสภูมิต้านทานบกพร่องของแมว (Feline immunodeficiency virus ; FIV), วัคซีนสำหรับโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมว (Feline infectious peritonitis ; FIP) เป็นต้น โดยอายุของแมวที่เริ่มทำวัคซีนได้ จะขึ้นอยู่กับชนิดของวัคซีน และความถี่ของการทำวัคซีนขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของการติดเชื้อของแมวแต่ละตัว ที่จะพิจารณาตามดุลยพินิจของสัตวแพทย์

• การควบคุมปรสิต

   เนื่องจากปรสิตภายนอก เช่น หมัด ไร และปรสิตภายใน เช่น พยาธิไส้เดือน พยาธิปากขอ พยาธิหนอนหัวใจ ถือเป็นโรคที่พบได้บ่อยในแมว ดังนั้นแมวทุกตัวจึงควรได้รับการควบคุมปรสิต ตามคำแนะนำของ TroCCAP กล่าวว่าสามารถเริ่มให้ยาถ่ายพยาธิที่มีความปลอดภัยในลูกแมวได้ตั้งแต่อายุ 2 สัปดาห์ หลังจากนั้นจึงให้ยาถ่ายพยาธิซ้ำทุก 2 สัปดาห์ จนกระทั่งแมวอายุ 10 สัปดาห์ และป้องกันอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับการให้ยาป้องกันพยาธิหัวใจ และยาป้องกันปรสิตภายนอก ซึ่งชนิดของยาป้องกันปรสิตที่ให้และความถี่ของการป้องกัน ยังขึ้นกับอีกหลายปัจจัย เช่น โรคประจำตัวของแมว นิสัยของแมว สภาพการเลี้ยง ความสะดวกของเจ้าของ เป็นต้น ดังนั้นก่อนเลือกให้ยาในกลุ่มนี้จึงควรปรึกษาสัตวแพทย์ทุกครั้ง

• การตรวจสุขภาพประจำปี

   แม้ว่าเจ้าของจะดูแลแมวอย่างดีแค่ไหน แต่ในความเป็นจริง บางครั้งโรคต่าง ๆ อาจเกิดขึ้นกับแมวได้ โดยที่เจ้าของไม่ทันสังเกตถึงความผิดปกติ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุด คือ การพาแมวไปตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยทุก ๆ ปี เพื่อตรวจสุขภาพร่างกายโดยละเอียด หากพบความผิดปกติในส่วนใด สัตวแพทย์จะได้ทำการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคได้อย่างทันท่วงที

• การจัดการสิ่งแวดล้อม

   สภาพแวดล้อมในการเลี้ยง เป็นอีกปัจจัยที่สำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพและพฤติกรรมต่าง ๆ ของแมวในทุกช่วงวัย โดยทั่วไปเจ้าของควรเตรียมอุปกรณ์จำเป็นพื้นฐานสำหรับแมวให้เพียงพอ ไม่ว่าจะเป็น กระบะทราย ชามน้ำ ชามอาหาร ที่นอน ที่ข่วนเล็บ หรือของเล่น อีกทั้งยังควรรักษาความสะอาดและสุขอนามัยของพื้นที่และอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ

• การจัดการอาหาร

   การจัดการอาหารอย่างเหมาะสมกับความต้องการของแต่ละช่วงวัย และสอดคล้องกับโรคหรือความผิดปกติของแมวแต่ละตัว เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้แมวมีสุขภาพที่แข็งแรง โดยอาหารแมวที่ดีควรมีคุณค่าทางโภชนาการที่ครบถ้วนและสมดุล เพื่อให้แมวได้รับสารอาหารและพลังงานอย่างเหมาะสม และช่วยให้ระบบต่าง ๆ ของร่างกายสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

   สำหรับลูกแมว ควรเลือกให้ PRO PLAN® Kitten with OPTISTART อาหารสำหรับลูกแมว ที่ครบถ้วนด้วย สารสกัดจาก colostrum, DHA, โปรตีนคุณภาพสูง แคลเซียมและฟอสฟอรัส อีกทั้งยังอยู่ในรูปของอาหารเม็ด ที่เสริมด้วยแร่ธาตุที่มีส่วนช่วยในการขัดฟัน และยังช่วยลดการก่อตัวของคราบพลัคและหินปูนได้อีกด้วย

   สำหรับแมวโตเต็มวัย ควรเลือกให้ PRO PLAN® Adult with OPTIRENAL ที่มีส่วนประกอบของโปรตีนคุณภาพสูง ทั้งจากเนื้อไก่และปลาแซลมอน ที่มีสารอาหารครบตามความต้องการของแมวโต และยังช่วยเสริมสร้างการทำงานของไตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

   สำหรับแมวสูงวัยที่มีความเสี่ยงต่อการโรคต่าง ๆ ขอแนะนำ PRO PLAN® Adult 7+ with LONGEVIS อาหารสูตรพิเศษสำหรับแมวสูงวัย ที่อุดมไปด้วยสารอาหาร ที่ช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบต่าง ๆ ของร่างกาย อีกทั้งยังผลิตด้วยเทคโนโลยีเฉพาะที่ช่วยปรับสมดุล pH ของปัสสาวะแมว ที่ช่วยลดความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะได้อีกด้วย

   นอกจากนี้สำหรับแมวโต (อายุมากกว่า 1 ปี) ที่มีความต้องการเป็นพิเศษด้านผิวหนัง ขอแนะนำ PRO PLAN® DERMA PLUS with OPTIDERMA สูตรอาหารที่ทำมาจากโปรตีนคุณภาพสูง ช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นขน อุดมด้วยวิตามิน และแร่ธาตุที่ช่วยบำรุงผิวหนังและควบคุมการเกิดก้อนขน สำหรับแมวโตที่เลี้ยงในบ้าน ขอแนะนำ PRO PLAN® HOUSE CAT with OPTIRENAL สูตรอาหารที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดกลิ่นรบกวนจากสิ่งขับถ่ายของแมวโดยเฉพาะ พร้อมทั้งสารอาหารที่สำคัญต่อการทำงานของระบบขับถ่าย และยังช่วยป้องกันปัญหาก้อนขนในแมวได้อีกด้วย นอกจากนี้สำหรับแมวโตที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ขอแนะนำ PRO PLAN® Adult Sterilised/Weigh Loss with OPTIRENAL และที่มีส่วนประกอบของโปรตีนคุณภาพสูงและคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน จึงทำให้แมวรู้สึกอิ่มเร็วขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดความผิดปกติในระบบทางเดินปัสสาวะได้อีกด้วย

สรุปการดูแลสุขภาพของแมว

สรุป

   แมวในแต่ละช่วงวัยนั้นมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคที่แตกต่างกัน แต่เราสามารถดูแลและป้องกันโรคเหล่านี้ได้ ด้วยการดูแลเอาใจใส่ในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น การพาไปทำวัคซีน พาไปตรวจสุขภาพประจำปี การควบคุมปรสิต การจัดการสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญที่สุดคือการจัดการอาหาร เพียงเท่านี้แมวในทุกช่วงวัยก็จะมีสุขภาพที่แข็งแรง และห่างไกลจากโรคแล้ว

เคล็ดลับดูแลแมวสูงวัย

เคล็ดลับการดูแลแมวสูงวัย

มาทำความเข้าใจพฤติกรรมแมวสูงวัย เพื่อการดูแลน้องแมวในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะการเลือกโภชนาการที่เหมาะสมสำหรับแมวที่สูงวัยให้มีสุขภาพแข็งแรง

BACK