Please enable JS
BACK

โภชนาการที่เหมาะสมสำหรับแมวในแต่ละช่วงวัย

โภชนาการสำหรับแมวในแต่ละช่วงวัย

โภชนาการที่เหมาะสมสำหรับแมวในแต่ละช่วงวัย

   โภชนาการที่ดี ถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้แมวเจริญเติบโตอย่างแข็งแรง ซึ่งแมวแต่ละช่วงวัย ย่อมมีความต้องการโภชนาการและพลังงานที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น ระบบเผาผลาญในร่างกาย ลักษณะของกิจกรรม หรือความเสี่ยงต่อการเกิดโรค เป็นต้น ดังนั้นการเข้าใจถึงความต้องการโภชนาการของแมวในแต่ละช่วงวัย จึงมีส่วนช่วยให้เจ้าของสามารถเลือกอาหารแมวได้อย่างเหมาะสมมากยิ่งขึ้น

ความแตกต่างของแมวแต่ละช่วงวัย

ความแตกต่างของแมวแต่ละช่วงวัย

   การจะดูแลแมวให้มีสุขภาพดีทุกช่วงวัยได้นั้น เบื้องต้นเจ้าของควรทำความเข้าใจว่า แมวแต่ละช่วงวัยนั้นมีความแตกต่างกันในหลายด้าน ทั้งด้านการเจริญเติบโต การทำงานของร่างกาย ความต้องการด้านโภชนาการ และความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหรือความผิดปกติต่าง ๆ เป็นต้น โดยสามารถสรุปความแตกต่างของแมวแต่ละช่วงวัย ได้ดังนี้

   1. ลูกแมว (Kitten) (อายุแรกเกิด – 1 ปี) อาหารลูกแมวแรกเกิดที่สำคัญที่สุด คือ น้ำนมแม่ โดยเฉพาะ นมน้ำเหลือง (colostrum) โดยควรได้รับในช่วงแรกเกิดภายใน 12 ชั่วโมงแรก เนื่องจากในนมน้ำเหลืองจะมีส่วนประกอบของสารภูมิคุ้มกัน (immunoglobulin) ที่ช่วยเสริมสร้างให้ลูกแมวมีสุขภาพที่แข็งแรง และมีภูมิคุ้มกันที่ช่วยป้องกันเชื้อโรคต่าง ๆ เข้าสู่ร่างกายได้ ต่อมาเมื่อลูกแมวเข้าสู่ช่วงหย่านม ที่อายุประมาณ 1 - 2 เดือน ลูกแมวจะค่อย ๆ เปลี่ยนจากนมมากินอาหารที่เป็นอาหารสำหรับลูกแมวโดยเฉพาะ เพราะร่างกายลูกแมวจะเริ่มมีการเจริญเติบโต ทั้งด้านโครงสร้างร่างกาย และด้านการเรียนรู้ โดยเจ้าของจะเริ่มสังเกตเห็นว่าแมวทำกิจกรรมมากขึ้น ทำให้แมวช่วงวัยนี้มีความต้องการโภชนาการและพลังงานสูงกว่าแมววัยอื่น ๆ

   2. แมวโตเต็มวัย (Adult) (อายุ 1 - 6 ปี) เป็นช่วงที่ร่างกายพัฒนาอย่างสมบูรณ์แล้ว ดังนั้นวัตถุประสงค์หลักของการจัดการโภชนาการของแมวช่วงวัยนี้ คือ การให้อาหารเพื่อบำรุงร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรง แต่ทั้งนี้ยังต้องพิจารณาร่วมกับนิสัยของแมว ลักษณะการเลี้ยง และการทำหมัน เนื่องจากปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้แมวมีความต้องการพลังงานที่แตกต่างกัน เช่น แมวที่เลี้ยงปล่อยนอกบ้าน มักเป็นแมวที่ชอบทำกิจกรรมมาก จึงต้องการพลังงานมากกว่าแมวที่เลี้ยงอยู่ในบ้าน และการทำหมัน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ที่ส่งผลให้ระบบการเผาผลาญพลังงานของแมวทำงานได้ลดลง ดังนั้นแมวที่ทำหมันแล้ว จึงควรได้รับอาหารที่มีพลังงานน้อยกว่าแมวที่ยังไม่ได้ทำหมัน เพื่อลดความเสี่ยงต่อภาวะน้ำหนักเกิน

   3. แมวสูงวัย (Senior) (อายุมากกว่า 7 ปีขึ้นไป) เรียกว่าเป็นช่วงที่แมวเริ่มแก่ ในช่วงนี้มักพบว่าแมวมีพฤติกรรมเชื่องช้า ไม่ชอบทำกิจกรรมเหมือนอย่างที่เคยเป็น และพบความผิดปกติจากโรคหรือความเสื่อมของอวัยวะต่าง ๆ ดังนั้นอาหารที่เหมาะสมสำหรับแมวช่วงวัยนี้ จึงควรเป็นอาหารที่มีโภชนาการที่ครบถ้วน สมดุล ย่อยง่าย และสอดคล้องกับโรคหรือความผิดปกติของแมวแต่ละตัว

โภชนาการที่เหมาะสมสำหรับแมวแต่ละช่วงวัย

   ในการจัดการโภชนาการ สามารถสรุปความต้องการโภชนาการหลัก ๆ ของแมวได้เป็น 3 ช่วงวัย ได้แก่ ลูกแมวแมวโตเต็มวัย และแมวสูงวัย

   หัวใจหลักของการจัดการอาหารแมวของทุกช่วงวัย คือ การให้แมวได้รับอาหารที่มีโภชนาการครบถ้วน สมดุล และมีพลังงานเพียงพอและเหมาะสมกับการเจริญเติบโตและการทำกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งแมวในแต่ละช่วงวัยจะมีความต้องการโภชนาการที่แตกต่างกัน ดังต่อไปนี้

ลูกแมว (อายุแรกเกิด – 1 ปี)

   1. ลูกแมว (อายุแรกเกิด – 1 ปี)

   เมื่อแมวเข้าสู่ช่วงหย่านม ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านที่ลูกแมวมักจะมีภูมิคุ้มกันลดลง (immunity gap) อาหารลูกแมวจึงควรมีการเสริมด้วยโภชนาการที่สำคัญ ดังต่อไปนี้

       • Colostrum ที่มีสารภูมิคุ้มกันเสมือนกับน้ำนมแม่ ช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของลูกแมว

       • DHA ช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบประสาทและการมองเห็น

       • แคลเซียมและฟอสฟอรัส มีส่วนช่วยในพัฒนาของกระดูกและฟัน

       • โปรตีน โปรตีนคุณภาพสูง จะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง

   เพื่อให้ลูกแมวได้รับสารอาหารที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโต และมีภูมิคุ้มกันที่ดีตั้งแต่เริ่มต้น จึงขอแนะนำ PRO PLAN® Kitten with OPTISTART อาหารสำหรับลูกแมว ที่ครบถ้วนด้วย สารสกัดจาก colostrum, DHA, โปรตีนคุณภาพสูง, แคลเซียมและฟอสฟอรัส อีกทั้งยังอยู่ในรูปของอาหารเม็ด ที่เสริมด้วยแร่ธาตุที่มีส่วนช่วยในการขัดฟัน และช่วยลดการก่อตัวของคราบพลัคและหินปูนอีกด้วย

   นอกจากโภชนาการที่จำเป็นข้างต้นแล้ว เจ้าของยังควรคำนึงถึงความถี่ในการให้อาหาร ที่ตามคำแนะนำของ VCA Hospital กล่าวว่า ลูกแมวในช่วง 2 เดือนแรก ควรได้รับกินอาหารในปริมาณน้อยแต่บ่อยครั้ง ประมาณ 5 มื้อต่อวัน ต่อมาจึงเริ่มปรับเพิ่มปริมาณอาหาร และลดมื้ออาหารลงเป็น 2 มื้อต่อวัน เมื่อลูกแมวอายุประมาณ 6 เดือน นอกจากการให้อาหารที่เหมาะสมแล้ว ลูกแมวยังควรได้รับน้ำสะอาดอย่างเพียงพออีกด้วย

แมวโตเต็มวัย (อายุ 1 - 6 ปี)

2. แมวโตเต็มวัย (อายุ 1 - 6 ปี)

   สำหรับแมวที่โตเต็มวัยแล้ว ร่างกายจะไม่พัฒนาอย่างรวดเร็วเหมือนกับช่วงวัยเด็ก อย่างไรก็ตามแมวช่วงวัยนี้ยังต้องการสารอาหารที่มาช่วยรักษาความสมบูรณ์แข็งแรงของร่างกาย อีกทั้งการให้อาหารยังต้องมีการปรับสมดุลทั้งชนิดและปริมาณของอาหาร เพื่อให้แมวได้รับโภชนาการและพลังงานที่เหมาะสมกับความต้องการ ซึ่งจะแตกต่างกันออกไปในแมวแต่ละตัว เช่น แมวที่เลี้ยงในบ้าน แมวที่ชอบทำกิจกรรม แมวที่ทำหมันแล้ว แต่โดยภาพรวม โภชนาการที่สำคัญในแมวโตเต็มวัย มีดังต่อไปนี้

       • โปรตีน การได้รับอาหารที่ประกอบด้วยโปรตีนคุณภาพดี จะช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย

       • ไฟเบอร์ มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบขับถ่าย และช่วยลดปัญหาก้อนขนในแมว

       • พลังงาน ควรเลือกอาหารที่มีพลังงานเหมาะสมสำหรับแมวแต่ละตัว เช่น แมวที่ทำหมันแล้ว ควรเลือกอาหารที่มีพลังงานต่ำ ในทางกลับกัน

    หากเป็นแมวที่เลี้ยงปล่อยนอกบ้าน หรือแมวที่ชอบทำกิจกรรม ควรเลือกให้อาหารที่มีพลังงานสูง เพื่อให้แมวได้รับพลังงานอย่างเพียงพอ

       • แคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและข้อต่อให้แข็งแรง และช่วยลดปัญหาข้อเสื่อมในแมวที่อายุมาก

       • วิตามิน กรดไขมัน และสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบำรุงให้แมวมีผิวหนังที่แข็งแรง ขนสวยเงางาม และเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

   ดังนั้นเพื่อให้แมวโตเต็มวัยได้รับอาหารครบถ้วน และทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่ จึงควรเลือกอาหารคุณภาพดีสำหรับแมวโตเต็มวัยโดยเฉพาะ อย่างเช่น PRO PLAN® Adult with OPTIRENAL อาหารสูตรเฉพาะสำหรับการดูแลสุขภาพไต ที่มีส่วนประกอบของกรดอะมิโน กรดไขมันจำเป็น และสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ออกมารองรับแล้วว่าสามารถช่วยเสริมสร้างการทำงานของไตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แมวสูงวัย (อายุมากกว่า 7 ปีขึ้นไป)

   3. แมวสูงวัย (อายุมากกว่า 7 ปีขึ้นไป)

   เมื่อแมวเริ่มเข้าสู่ช่วงสูงวัยหรือเริ่มแก่ เจ้าของจะเริ่มสังเกตได้ถึงความผิดปกติต่าง ๆ เช่น เชื่องช้าลง เบื่ออาหาร น้ำหนักเพิ่มขึ้นหรือลดลงผิดปกติ ขนร่วง ปัญหาระบบขับถ่ายอุจจาระและปัสสาวะ ปัญหาทางระบบประสาทและการมองเห็น ที่ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากโรคหรือความเสื่อมของร่างกายตามอายุ ดังนั้นอาหารแมวแก่จึงควรเสริมด้วยโภชนาการต่าง ๆ ตามความต้องการที่เพิ่มขึ้น ดังต่อไปนี้

   • โปรตีน แมวสูงวัยจะมีความต้องการโปรตีนน้อยกว่าลูกแมว แต่ยังควรได้รับโปรตีนที่เพียงพอต่อการรักษามวลกล้ามเนื้อ (lean body mass) และเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

   • พลังงาน แมวสูงวัยควรได้รับอาหารที่มีพลังงานต่ำ เนื่องจากไม่ค่อยชอบทำกิจกรรม และระบบเผาผลาญมีประสิทธิภาพต่ำกว่าแมวช่วงวัยอื่น ๆ การให้อาหารพลังงานสูง อาจทำให้แมวสูงวัยมีภาวะน้ำหนักเกิน จนเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ ตามมาได้

   • ไฟเบอร์ แมวสูงวัยมักจะมีปัญหาเรื่องการทำงานของระบบย่อยอาหาร การให้อาหารที่เสริมไฟเบอร์จะช่วยลดปัญหาท้องผูก และปัญหาก้อนขนในแมวได้ นอกจากนี้การเสริมพรีไบโอติค (Prebiotic) ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมของลำไส้ได้ดียิ่งขึ้น

   • แคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและข้อต่อให้แข็งแรง และช่วยชะลอปัญหาข้อเสื่อม

   • วิตามิน กรดไขมัน และสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมสร้างการทำงานของร่างกายทุกระบบ ทั้งระบบภูมิคุ้มกัน ระบบผิวหนัง ระบบประสาท ระบบย่อยอาหาร ระบบขับถ่ายปัสสาวะ ระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ เป็นต้น

   ในการดูแลให้แมวสูงวัยให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงนั้น เจ้าของควรเลือกอาหารที่มีโภชนาการสำหรับแมวสูงวัยโดยเฉพาะ อย่างเช่น PRO PLAN® Adult 7+ with LONGEVIS อาหารสูตรพิเศษสำหรับแมวสูงวัย ที่อุดมไปด้วยสารอาหารและสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยเสริมการทำงานของระบบสำคัญของร่างกาย พร้อมทั้งมีพรีไบโอติคช่วยเสริมประสิทธิภาพของทางเดินอาหารให้ดูดซึมได้ดียิ่งขึ้น และยังผลิตด้วยเทคโนโลยีเฉพาะที่ช่วยปรับสมดุล pH ของปัสสาวะแมว ที่ช่วยลดความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะได้อีกด้วย

สรุป โภชนาการสำหรับแมวในแต่ละช่วงวัย

สรุป

   จากข้างต้นจะเห็นว่า แมวแต่ละช่วงวัยมีลักษณะการทำงานของร่างกาย และความต้องโภชนาการที่แตกต่างกัน ดังนั้นเพื่อให้แมวมีสุขภาพที่ดี เจ้าของจึงควรดูแลแมวอย่างดีที่สุด ด้วยการเลือกอาหารที่เหมาะสมกับความต้องการของแมวแต่ละช่วงวัย

   นอกจากโภชนาการที่จำเป็นแล้ว การให้อาหารแต่ละช่วงวัยยังควรคำนึงปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ความสมบูรณ์ของร่างกาย (Body condition score) ปริมาณการกินได้ในแต่ละมื้อ ลักษณะอุจจาระ อาการผิดปกติหลังกินอาหาร เช่น อาเจียน ท้องเสีย เป็นต้น โดยหากพบความผิดปกติ ควรรีบพาแมวไปพบสัตวแพทย์ทันที

ดูแลแมวอย่างไรให้ห่างไกลโรค

ดูแลแมวแต่ละช่วงวัยอย่างไรให้ห่างไกลจากโรค

มาทำความรู้จักกับโรคที่สำคัญ แนวทางการป้องกันโรค และการดูแลสุขภาพของแมวในแต่ละช่วงวัย ให้น้องแมวมีสุขภาพดีอย่างถูกต้อง

BACK