Please enable JS
BACK

บ้านใหม่ของสุนัข

บ้านใหม่ของสุนัข

การนำสุนัขตัวใหม่กลับมาเลี้ยงที่บ้านเป็นช่วงเวลาที่แสนตื่นเต้น ถึงแม้คุณจะอยากกลับมาบ้านใจจะขาดคุณจะเป็นจะต้องมีการเตรียมพร้อมสองสามอย่าง เพื่อให้การย้ายที่อยู่ของสุนัขเป็นไปอย่างราบรื่นทั้งกับตัวสุนัข ตัวคุณและคนอื่น ๆ ในครอบครัว ซึ่งรวมไปถึงสัตว์เลี้ยงตัวอื่นด้วย เมื่อใดที่ควรนำสุนัขตัวใหม่กลับมาเลี้ยงที่บ้าน เช้าวันเสาร์เป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับการนำสุนัขตัวใหม่มาที่บ้าน เนื่องจากคุณจะมีเวลาอย่างน้อยสองวันเต็ม ๆ ที่จะเริ่มการฝึกและการพาสุนัขของคุณไปหาสัตวแพทย์ และยังเป็นการให้เวลาสุนัขได้ทำความคุ้นเคยกับคนอื่น ๆ ในบ้านได้มากพอ พยายามอย่าทำให้สุนัขตื่นเต้นมากเกินไปหรือส่งเสียงดังเกินไปจนสุนัขตกใจและอย่าทิ้งให้สุนัขอยู่ตามลำพังโดยไม่มีคนดูแล

เนื่องจากสุนัขอาจจะหลุดออกไปข้างนอกและอาจจะได้รับบาดเจ็บจากสัตว์อื่นหรือรถยนต์ได้แนะนำสุนัขตัวใหม่ของคุณให้รู้จักกับบ้านใหม่ เมื่อนำสุนัขกลับมาที่บ้าน ให้สุนัขได้สำรวจกรง ของเล่น ถ้วยใส่น้ำและอาหารสุนัขเพื่อทำความคุ้นเคย สุนัขจะได้รู้ว่าตนเองก็มีมุมส่วนตัวของเขา สุนัขของคุณอาจจะรู้สึกคิดถึงบ้านเก่าในสองสามคืนแรก ดังนั้นอย่าแปลกใจหากคุณได้ยินเสียงสุนัขครางหรือร้องหงิง ๆ ขณะนอนหลับหรือกินอาหาร อย่าลืมว่าสุนัขต้องมีเวลาปรับตัวเหมือนคนเช่นกัน

ครอบครัวใหม่

แสดงให้สมาชิกในครอบครัวทุกคนรู้ว่าจะจับและเล่นกับสุนัขอย่างไร โดยให้ใช้แขนข้างหนึ่งโอบรอบขาหลัง ขณะที่แขนอีกข้างโอบรอบหน้าท้องเพื่ออุ้มสุนัข และห้ามยกสุนัขขึ้นโดยจับที่อุ้งเท้าข้างหน้าหรือโดยการดึงรอบหนังคอ หลีกเลี่ยงการเล่นและการจับที่รุนแรงกับตัวสุนัขตัวใหม่ของคุณ ค่อย ๆ ให้สุนัขได้มีการปรับตัว ซึ่งก็อาจจะกินเวลาหลายวันก่อนที่สุนัขจะรู้สึกคุ้นเคยและอยากจะเล่นกับคุณ อย่าทำให้สุนัขเหนื่อยเกินไป คุณจะเล่นกับสุนัขบ้างก็ได้ แต่ต้องให้เวลาสุนัขได้พักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม จำได้ว่า สุนัขต้องการการชี้แนะ ความอบอุ่น และการคุ้มครองจากคุณ ทุกสิ่งทุกอย่างอาจยังดูแปลกใหม่สำหรับสุนัข ดังนั้นสุนัขอาจจะยังไม่ดูร่าเริงหรือขี้เล่น คุณจึงควรคุยกับเขาบ่อย ๆ ถึงแม้สุนัขอาจจะไม่รู้ความหมายที่คุณพูด แต่อีกสักพัก สุนัขของคุณจะตอบสนองต่อเสียงและคำสั่งของคุณได้ ดังนั้น ให้คุยกับสุนัขบ่อย ๆ และคุยอย่างนุ่มนวล และให้มีความเมตตาต่อสุนัขของคุณตลอดเวลา

เด็กเล็ก

เด็ก ๆ ส่วนใหญ่จะชอบสุนัข และสุนัขก็ชอบเด็ก ๆ เช่นกัน แต่สิ่งสำคัญคือ การสอนให้เด็กรู้ว่าสุนัขเป็นสัตว์ที่มีความรู้สึก ต้องการความรักและความเอาใจใส่ สอนเด็กให้รู้ว่าสุนัขตัวเล็ก ๆ อาจจะมองดูเด็กตัวเล็ก ๆ มีขนาดใหญ่เท่ายักษ์ได้ ซึ่งอาจทำให้สุนัขกัดเด็ก ๆ เพื่อป้องกันตัวจากความกลัวได้ ค่อย ๆ แนะนำเด็กให้คุ้นเคยกับสุนัข และให้ผู้ใหญ่และเด็ก ๆ เล่นกับสุนัขโดยลงไปนั่งเล่นบนพื้นในระดับเดียวกับสุนัขเพื่อให้สุนัขรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น สอนให้เด็ก ๆ รู้วิธีการอุ้มสุนัขอย่างถูกวิธีและเตือนอย่าให้ไปดึงหางหรือหูสุนัข รวมทั้งไม่บีบหรือแหย่ ส่งเสียงดัง ส่งเสียงขู่ หรือวิ่งเข้าหาสุนัขอย่างรวดเร็ว และในขณะที่เด็ก ๆ ไม่ให้วิ่งไล่หรือแหย่สุนัข แย่งของจากสุนัข หรือรบกวนขณะสุนัขกำลังกินอาหารหรือนอนหลับอยู่ เด็กโต เด็กที่โตแล้วสามารถแบ่งเบาภาระในการดูแลและฝึกสุนัขของคุณได้ อย่างไรก็ตาม พ่อแม่ก็ยังต้องคอยดูว่าลูก ๆ ของคุณรับผิดชอบต่อหน้าที่ได้ถูกต้องเพียงใด

ทารก

การแนะนำสุนัขให้รู้จักกับทารกในบ้านของคุณเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก ก่อนที่คุณจะนำทารกกลับมาบ้าน ให้นำสิ่งของเช่นเสื้อผ้าหรือผ้าอ้อมที่มีกลิ่นของทารกกลับมาบ้านเพื่อให้สุนัขคุ้นเคยก่อน เด็กทารกจะมีกลิ่นที่ไม่เหมือนผู้ใหญ่ สำหรับสุนัขแล้วเด็กทารกดูไม่เหมือนกับผู้ใหญ่เลย ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวหรือการส่งเสียง เมื่อคุณนำทารกกลับมาที่บ้าน ให้ค่อย ๆ แนะนำกับสุนัขอย่างช้า ๆ ให้เวลาและความสนใจกับสุนัขอย่างเพียงพอในช่วงดังกล่าว ใช้ความระมัดระวังในการปล่อยให้สุนัขเข้ามาดมตัวทารกโดยตรง คุณอาจจะต้องรอเป็นเวลาหลายวัน หรืออาจจะนานหลายสัปดาห์เพื่อให้แน่ใจเสียก่อน อย่าปล่อยให้สุนัขอู่ตามลำพังกับเด็กทารก โดยทั่วไปสุนัขจะปรับตัวเข้ากับเด็กทารกได้เมื่อเวลาผ่านไป แต่ก็มีสุนัขบางตัวก็ไม่ยอมรับเด็กทารกเลย

สุนัขตัวอื่น

เมื่อให้สุนัขตัวใหม่มาเจอกับสุนัขตัวเก่า ควรใช้เชือกจูงสุนัขทั้งคู่เอาไว้ แล้วแนะนำทั้งคู่ให้รู้จักกัน โดยใช้สถานที่นอกบ้านซึ่งไม่ได้เป็นอาณาเขตของสุนัขตัวเก่า หาผู้ช่วยหนึ่งคนช่วยเดินจูงสุนัขให้ขนานไปกับสุนัขอีกตัวที่คุณจูงอยู่ เพื่อหยั่งท่าทีของทั้งคู่ เมื่อคุณกลับมาถึงบ้าน ให้นำสุนัขตัวเก่าไปกักบริเวณไว้ก่อน แล้วจึงนำสุนัขตัวใหม่สำรวจรอบ ๆ บ้านตามห้องต่าง ๆ ทีละห้องโดยใช้สายจูง ขณะที่แนะนำสุนัขสองตัวให้รู้จักกัน ให้ขนมแก่ทั้งคู่เพื่อสร้างความรู้สึกที่ดี อย่าปล่อยทั้งคู่ไว้ด้วยกันจนกว่าจะมั่นใจว่าทั้งคู่ผูกมิตรกันเรียบร้อยแล้ว อย่าบังคับให้สุนัขตัวเก่ายอมรับสุนัขตัวใหม่โดยทันที สุนัขทั้งคู่จะต้องการทำความคุ้นเคยกันด้วยวิธีของตนเองซึ่งอาจจะใช้เวลานานพอสมควร

แมว

หากคุณต้องแนะนำสุนัขตัวใหม่กับแมวที่คุณเลี้ยงอยู่ ให้หาประตูตาข่ายมาวางกั้นประตู ประตูตาข่ายจะช่วยให้ทั้งคู่ทำความคุ้นเคยกันได้ โดยที่แมวสามารถกระโดดหนีออกมาหลบภายในบ้านได้หากไม่ต้องการอยู่ใกล้ ๆ กับสุนัข ในระหว่างขั้นตอนการทำความรู้จักกัน อย่าให้สุนัขวิ่งไล่จับแมว เนื่องจากจะเป็นการปลุกสัญชาตญาณในการล่าเหยื่อของสุนัข ปล่อยให้ทั้งคู่อยู่แยกกันหลาย ๆ สัปดาห์เพื่อให้ได้คุ้นเคยกลิ่นของอีกฝ่ายหนึ่ง อย่านำชามอาหารสุนัขไปวางบนผ้าที่ใช้เช็ดตัวแมว และอย่านำชามอาหารแมวไปวางบนผ้าเช็ดตัวสุนัข ทั้งหมดนี้จะช่วยให้สัตว์เลี้ยงทั้งสองชนิดของคุณมีความรู้สึกดีต่อกัน

แขกผู้มาเยือน

การแนะนำสุนัขของคุณให้รู้จักกับแขกที่มาเยือน เป็นส่วนที่มีความสำคัญมากในการเข้าสังคมของสุนัข โดยจะทำให้สุนัขลดความกลัวคนแปลกหน้าลง และทำให้สุนัขของคุณเป็นมิตรกับแขก ให้สุนัขสวมปลอกคอและสายจูงในขณะที่แนะนำให้รู้จักกับแขก เพื่อไม่ให้สุนัขกระโดดไล่แขก สั่งให้สุนัขนั่งอยู่นิ่ง ๆ ขณะที่แขกทักทายสุนัขของคุณ วิธีนี้จะช่วยให้สุนัขเรียนรู้การยอมรับ การทักทายและการชมอย่างสงบ นอกจากนั้น คุณควรจะขอให้แขกของคุณอุ้มสุนัขให้ถูกวิธี รวมทั้งการปฏิบัติและการคุยกับสุนัขอย่างสุภาพ และไม่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว

เมื่อใดที่คุณจะสามารถเลี้ยงสุนัขตัวใหม่อีกตัว หลังจากที่สุนัขตัวใหม่ของคุณลงตัวดีแล้ว คุณอาจเริ่มคิดหาสุนัขมาเลี้ยงเพิ่มอีกตัว หากคุณมีความคิดดังกล่าวอยู่ อย่าลืมว่าจังหวะเวลาเป็นเรื่องสำคัญ คุณจะต้องแน่ใจว่าสุนัขที่เลี้ยงอยู่ได้รับการฝึกฝนครบถ้วนแล้ว ก่อนที่จะนำสุนัขตัวใหม่มาเลี้ยงเพิ่ม สุนัขที่ได้รับการฝึกแล้วจะต้องรู้ว่าสิ่งใดงับเล่นได้และงับเล่นไม่ได้ สามารถฟังและปฏิบัติตามคำสั่งของคุณ และฝึกการขับถ่ายในบ้านมาเป็นอย่างดี สุนัขตัวใหม่ของคุณจะสามารถทำตามสุนัขที่แก่กว่าตามสัญชาตญาณของสุนัข

ดังนั้น สุนัขตัวเก่าของคุณจะต้องผ่านการฝึกมาเป็นอย่างดีจนสามารถทำเป็นตัวอย่างให้แก่สุนัขตัวใหม่ได้ มิเช่นนั้น คุณอาจจะต้องปวดหัวกับสุนัขที่ไม่มีระเบียบถึงสองตัว First 48 Hours การนำสุนัขตัวใหม่เข้ามาเลี้ยงในบ้านนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ยิ่งไปกว่านั้นสุนัขที่รับเลี้ยงอาจมีปัญหาที่น่าปวดหัวติดตามาด้วย พฤติกรรมของสุนัขที่คุณเห็นในขณะที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ อาจจะไม่เหมือนกับพฤติกรรมที่สุนัขของคุณจะแสดงออกเมื่อนำมาไว้ที่บ้านของคุณ โดยเฉพาะในช่วง 48 ชั่วโมงแรก ข้อมูลด้านล่างนี้จะช่วยให้คุณและสุนัขของคุณย้ายบ้านใหม่ได้อย่างราบรื่น ศึกษาประวัติของสุนัข สุนัขตัวใหม่อาจจะเป็นสุนัขที่เคยถูกทิ้ง ถูกทารุณ หรือถูกบังคับจากครอบครัวที่เคยอยู่ด้วยมาก่อน สุนัขจำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับชีวิตใหม่เมื่อตอนถูกช่วยมา และในตอนนี้ สุนัขต้องย้ายมาอยู่กับบ้านใหม่ที่ไม่คุ้นเคยและมีผู้คนที่ไม่รู้จัก ดังนั้น ความนุ่มนวล ความเมตตา และความอดทนจากคุณจะช่วยเหลือให้สุนัขปรับตัวเข้ากับครอบครัวใหม่ได้ง่ายขึ้น ค่อยเป็นค่อยไป สุนัขของคุณอาจจะเกิดความความกลัวสิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ หากสุนัขของคุณมีอาการตื่นกลัว ให้ปล่อยสุนัขไว้ที่เงียบ ๆ แคบ ๆ และให้ทุกอย่างค่อยเป็นค่อยไป คอยกระตุ้นให้กำลังใจแก่สุนัข อย่าให้เด็กเข้าไปยุ่งกับสุนัขที่กำลังรู้สึกกลัว เนื่องจากอาจจะถูกสุนัขกัดได้ ดังนั้นคุณต้องให้เวลากับสุนัขในการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป ยอมรับเมื่อสุนัขทำผิด สุนัขตัวใหม่อาจจะขับถ่ายภายในบ้าน หากไม่ได้รับการฝึกฝนให้ขับถ่ายนอกบ้าน ถึงแม้สุนัขที่เคยฝึกการขับถ่ายในส้วมมาแล้วก็อาจจะทำผิดพลาดได้เมื่อย้ายมาอยู่บ้านใหม่ เนื่องจากสุนัขไม่รู้ว่าต้องไปห้องน้ำทางไหน หรือจะสื่อสารกับครอบครัวใหม่อย่างไร พาสุนัขออกไปขับถ่ายนอกบ้านด้วยการใช้สายจูงตามเวลาที่กำหนดในจุดเดิมทุกครั้ง และกล่าวชมหรือให้ขนมเป็นของรางวัล

นอกจากนั้นการให้สุนัขกินอาหารตามเวลาที่กำหนด ยังจะเป็นการช่วยให้สุนัขขับถ่ายอย่างตรงเวลาอีกด้วย ยอมรับว่าสุนัขก็คือสุนัข สุนัขของคุณอาจเคยอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ที่แตกต่างกันออกไปจากที่อยู่เก่า สุนัขอาจจะเคยนอนบนเตียง หรือมาขออาหารกินจากโต๊ะอาหารของคุณ สุนัขบางตัวอาจติดนิสัยกระโดดเข้าทักทาย บางตัวอาจเคยถูกสอนมาให้กัด จึงเป็นหน้าที่ของคุณที่จะต้องสอนกฎของคุณให้แก่สุนัข การสอนพฤติกรรมที่เหมาะสมต้องใช้ทั้งเวลาและความอดทน คุณอาจจะพาสุนัขของคุณเข้าคอร์สเรียนรู้การปฏิบัติตามคำสั่งแถว ๆ บ้าน คอยติดตามสังเกตสุนัขตัวใหม่ของคุณและกักบริเวณเอาไว้เมื่อคุณไม่อยู่โดยเฉพาะในระหว่าง 48 ชั่วโมงแรก คุณอาจจะลองใช้การฝึกอยู่ในกรง เพื่อช่วยในการขับถ่ายในบ้านและลดการทำลายข้าวของลง สักพักทุกอย่างก็ราบรื่น ให้เวลากับสุนัขของคุณได้ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ซัก 3 ถึง 6 สัปดาห์ และอาจต้องใช้วเลานานถึง 4 เดือนกว่า สุนัขของคุณจะปรับตัวได้อย่างสมบูรณ์

จำไว้ว่าสุนัขที่โตแล้ว อาจต้องใช้เวลาในการปรับตัวให้เข้าที่นานกว่าลูกสุนัข การรับสุนัขมาเลี้ยงเป็นความรับผิดชอบอันยาวนาน ซึ่งต้องใช้ความพยายามและความอดทนเพื่อประสบความสำเร็จ เพราะ รางวัลของการรับเลี้ยงสุนัขที่ไม่มีเจ้าของเป็นสิ่งที่ประเมินค่ามิได้อย่างแท้จริง

พฤติกรรมการกัดแทะของลูกสุนัข

ลูกสุนัขมักจะเริ่มกัดแทะสิ่งของต่างๆ  ตลอดระยะเวลาที่พวกเขาค่อยๆ เติบโตขึ้น ลูกสุนัขชอบที่จะออกสำรวจสิ่งต่างๆ รอบตัว และการทดลองขบเคี้ยวสิ่งของนั้นถือเป็นหนึ่งกระบวนการของการค้นพบสิ่งใหม่ๆ ในชีวิตลูกสุนัขนั่นเอง

BACK