Please enable JS
BACK

ปัญหาผิวหนังและระบบทางเดินอาหารของสุนัข

ปัญหาผิวหนังและระบบทางเดินอาหารของสุนัข

   ปัญหาผิวหนัง และปัญหาระบบทางเดินอาหาร ถือเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในสุนัขทุกสายพันธุ์ บทความนี้จะมากล่าวถึงปัญหาผิวหนังตั้งแต่ขนร่วงไปจนถึงโรคผิวหนัง ทั้งสาเหตุและการบำรุงผิวหนังและเส้นขน รวมถึงปัญหาท้องอืดหรืออาหารไม่ย่อย ซึ่งเป็นอีกปัญหาทางระบบทางเดินอาหารที่สำคัญที่เจ้าของสุนัขไม่ควรมองข้าม

ปัญหาขนร่วงในสุนัข

ปัญหาขนร่วงในสุนัข

   “ปัญหาขนร่วง” คงเป็นปัญหาที่เจ้าของสุนัขทุกคนคุ้นเคยเป็นอย่างดี สิ่งสำคัญในการจัดการกับปัญหานี้ คือเบื้องต้นเจ้าของจำเป็นต้องแยกความแตกต่างระหว่างการผลัดขนปกติและปัญหาขนร่วงก่อน โดยอาจพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  •    • บริเวณที่ขนร่วง หากพบว่าสุนัขขนร่วงเป็นหย่อม ๆ หรือพบกระจุกขนแค่บางบริเวณ ให้สันนิษฐานว่าสุนัขมีปัญหาขนร่วง เพราะโดยทั่วไปหากเป็นการผลัดขนตามปกติ เจ้าของจะสังเกตว่าขนของสุนัขจะร่วงในปริมาณใกล้เคียงกันทั่วทั้งลำตัว

       • ระยะเวลาที่ขนงอกใหม่ เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 1 - 2 เดือน เจ้าของจะเริ่มสังเกตเห็นขนเส้นใหม่ขึ้นมาแทนที่ในกรณีที่เป็นการผลัดขนปกติ แต่หากไม่พบการงอกใหม่ของเส้นขนในบริเวณที่ขนร่วง หรือขนที่งอกใหม่ใช้เวลานานผิดปกติ ให้สันนิษฐานว่าสุนัขมีปัญหาขนร่วง

       • อาการและรอยโรค สุนัขที่มีปัญหาขนร่วงมักพบอาการและความผิดปกติทางผิวหนังร่วมด้วย โดยเฉพาะ อาการคัน หรือรอยโรคที่ผิวหนังต่าง ๆ เช่น ตุ่ม ผื่นแดง แผลถลอกหรือแผลตกสะเก็ต เป็นต้น

สาเหตุที่ทำให้สุนัขขนร่วง

   สิ่งสำคัญอันดับถัดมา หลังจากที่เราพบแล้วว่าสุนัขมีปัญหาขนร่วงไม่ใช่การผลัดขนทั่วไป คือการพาสุนัขไปตรวจวินิจฉัยเพื่อค้นหาสาเหตุของอาการขนร่วง และทำการรักษาตามสาเหตุต่อไป ซึ่งปัญหาขนร่วงสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่

  •    • การติดเชื้อ ทั้งปรสิตภายนอก เช่น เห็บ หมัด ไรขี้เรื้อนแห้ง ไรขี้เรื้อนเปียก เชื้อรา ยีสต์ หรือเชื้อแบคทีเรีย โดยสุนัขที่ติดเชื้อเหล่านี้อาจแสดงอาการและรอยโรคทางผิวหนัง เช่น อาการคัน ผื่นแดง มีกลิ่นเหม็น โดยจะขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อที่พบ

       • การแพ้ ไม่ว่าจะเป็นการแพ้แชมพูหรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทาบนผิวหนัง แพ้อาหาร หรือแพ้พื้นผิวสัมผัส เช่น หญ้า หรือพื้นผิวที่มีการปนเปื้อนสารเคมี เป็นต้น

       • ความไม่สมดุลของฮอร์โมน สุนัขที่เป็นโรคหรือความผิดปกติที่ส่งผลต่อระดับของฮอร์โมน เช่น โรคเนื้องอกที่ต่อมใต้สมอง โรคเนื้องอกที่ต่อมหมวกไต หรือโรคไฮโปไทรอยด์

       • พันธุกรรม สุนัขบางสายพันธุ์อาจเป็นโรคผิวหนังที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ เช่น ภาวะขนร่วงแบบไม่ทราบสาเหตุ (Alopecia X) ที่มักพบในสุนัขพันธุ์ขนฟู เช่น ปอมเมอเรเนียน เชา เชา หรือซามอยด์ เป็นต้น

       • ความไม่สมดุลของสารอาหาร สารอาหารบางชนิดมีส่วนสำคัญในการช่วยบำรุงเส้นขนให้แข็งแรงและเงางามอยู่เสมอ เช่น โอเมก้า 3 โอเมก้า 6 ไบโอติน และวิตามินต่าง ๆ หากสุนัขได้รับสารอาหารเหล่านี้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย จะส่งผลให้สุนัขมีสุขภาพเส้นขนและผิวหนังอ่อนแอได้

       • สุนัขป่วยด้วยโรคอื่น ๆ เนื่องจากสุนัขป่วยมักจะมีภูมิคุ้มกันต่ำลง หรือระบบการทำงานของฮอร์โมนที่ไม่สมดุล ซึ่งหากสุนัขไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจส่งผลให้เกิดความผิดปกติได้ในหลายระบบ รวมทั้งระบบผิวหนังด้วย

วิธีบำรุงขนสุนัข

วิธีบำรุงขนสุนัข

   การบำรุงขนสุนัขให้แข็งแรงและเงางามอย่างสม่ำเสมอ เป็นวิธีที่สามารถป้องกันและช่วยลดปัญหาขนร่วงในสุนัขได้ โดยการบำรุงขนสุนัขสามารถทำได้ดังต่อไปนี้

  •    • แปรงขนสุนัข เพราะการแปรงขนจะช่วยกระตุ้นให้ต่อมใต้ผิวหนังของสุนัขผลิตน้ำมันที่ช่วยบำรุงให้เส้นขนเงางาม อีกทั้งยังช่วยกำจัดเศษขนส่วนเกิน และช่วยป้องกันไม่ให้ขนพันกันอีกด้วย นอกจากนี้เรายังควรเลือกชนิดของแปรงให้เหมาะกับชนิดเส้นขนสุนัข เช่น แปรงขนหมูเหมาะสำหรับสุนัขที่มีขนสั้น เช่น สุนัขพันธุ์ปั๊ก แปรงขนลวดเหมาะสำหรับสุนัขที่มีขนยาว เช่น สุนัขพันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ และแปรงคราดเหมาะกับสุนัขที่มีขนยาวและหนา เช่น สุนัขพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี เป็นต้น

       • อาบน้ำ เจ้าของควรอาบน้ำให้สุนัขเป็นประจำด้วยแชมพูสำหรับสุนัขที่เหมาะกับชนิดขน ร่วมกับการใช้คอนดิชันเนอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นของผิวหนัง เพื่อลดความเสี่ยงต่อการทำให้สุนัขขนร่วงจากผิวหนังแห้ง และสำหรับสุนัขที่มีขนยาวหรือหนา หลังจากอาบน้ำและเช็ดตัวแล้ว แนะนำให้ใช้ไดร์เพื่อเป่าขนสุนัขให้แห้งสนิท เพื่อลดการอับชื้นที่อาจเป็นสาเหตุของการติดเชื้อต่าง ๆ ที่ผิวหนังตามมาได้

       • เลือกผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นขน ที่ประกอบด้วยกรดไขมันชนิดโอเมก้า 3 โอเมก้า 6 ไบโอติน สังกะสี และวิตามินต่าง ๆ ที่จะช่วยบำรุงเส้นขนและช่วยลดอาการอักเสบของผิวหนัง อย่างไรก็ตามในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ใด ๆ ก็ตามควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนทุกครั้ง

       • ควบคุมปรสิตภายนอก ทั้งเห็บ หมัด ไรขี้เรื้อนแห้ง ไรขี้เรื้อนเปียก และไรในหู โดยเจ้าของสุนัขควรหมั่นตรวจเช็คผิวหนังและช่องหูของสุนัขเป็นประจำว่ามีปรสิตเหล่านี้หรือไม่ รวมทั้งควรปรึกษาสัตวแพทย์เรื่องโปรแกรมควบคุมปรสิตบนตัวสุนัข รวมถึงกำจัดปรสิตที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมร่วมด้วย

       • เลือกอาหารสูตรบำรุงขน ควรเลือกอาหารสุนัขที่ประกอบด้วยสารอาหารที่ช่วยบำรุงผิวหนังและเส้นขนอย่างครบถ้วน เช่น กรดไขมันโอเมก้า 3 กรดไขมันโอเมก้า 6 เช่น PRO PLAN® All SIZE ADULT SENSITIVE SKIN AND STOMACH ที่ประกอบด้วยโปรตีนคุณภาพดีอย่างเนื้อปลาแซลมอน เสริมด้วยเนื้อปลาทูน่าชั้นดี ซึ่งเป็นแหล่งโอเมก้า 3 ที่ดี ที่จะช่วยลดการอักเสบของผิวหนัง บำรุงผิวหนังของสุนัขให้แข็งแรง และช่วยให้สุนัขมีขนสวยเงางาม

โรคผิวหนังในสุนัข

   สุนัขเป็นโรคผิวหนัง ถือเป็นปัญหาที่สำคัญที่เจ้าของไม่ควรละเลย เมื่อใดก็ตามที่เจ้าของสังเกตเห็นว่าสุนัขขนร่วงผิดปกติตามที่ได้กล่าวไปในข้างต้น คือมีอาการคัน ตลอดจนพบรอยโรคต่าง ๆ ที่บริเวณผิวหนัง เช่น รอยแดงอักเสบ แผลถลอกจากการเกา ผื่นลมพิษ หรือผิวหนังมีกลิ่นเหม็น ที่อาจบ่งบอกได้ว่าสุนัขกำลังเป็นโรคผิวหนัง สุนัขก็จำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยหาสาเหตุต่อไป เพราะเมื่อพิจารณาจากอาการหรือรอยโรคเพียงอย่างเดียว อาจยังไม่สามารถระบุชี้ชัดได้ว่ามีสาเหตุมาจากอะไร โดยทั่วไปสาเหตุของโรคผิวหนังที่พบได้บ่อยในสุนัข ได้แก่

  •    • โรคผิวหนังจากปรสิตภายนอก ไม่ว่าจะเป็นเห็บหรือหมัดที่มักทำให้สุนัขมีรอยแดงที่ผิวหนัง ขนร่วงเป็นหย่อม ๆ หรือผิวหนังถลอกจากการเกา ไรขี้เรื้อนแห้งที่มักทำให้สุนัขมีอาการคันอย่างรุนแรง หรือไรขี้เรื้อนเปียกที่มักพบว่าสุนัขขนร่วง มีตุ่มหนอง รูขุมขนอักเสบ ผิวหนังเยิ้มแฉะ และมีกลิ่นเหม็น เป็นต้น

       • โรคภูมิแพ้ ไม่ว่าจะเป็นการแพ้น้ำลายหมัด (flea bite allergy) แพ้อาหาร โดยเฉพาะแพ้โปรตีนจากเนื้อสัตว์บางชนิด เช่น เนื้อไก่ เนื้อหมู เนื้อวัว ที่นอกจากจะส่งผลเกิดความผิดปกติที่ผิวหนังแล้ว ยังทำให้พบความผิดปกติที่ระบบย่อยอาหารอีกด้วย นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากการแพ้อากาศ หรือแพ้สัมผัสต่าง ๆ ที่สุนัขมักมีอาการคัน และรอยโรคที่ผิวหนังบริเวณที่แพ้

       • ปัญหาพฤติกรรม เช่น ความเครียด ที่สามารถส่งผลให้สุนัขแสดงพฤติกรรมที่ผิดปกติ เช่น สุนัขเกาแม้ว่าจะไม่ได้รู้สึกคัน ซึ่งอาจทำให้เจ้าของเข้าใจผิดได้ว่าสุนัขมีความผิดปกติที่ผิวหนัง

       • ความไม่สมดุลของโภชนาการ เนื่องจากสารอาหารมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างความแข็งแรงของผิวหนังและเส้นขน อีกทั้งยังช่วยเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน การที่สุนัขได้รับสารอาหารที่ไม่สมดุล อาจส่งผลให้เกิดความผิดปกติที่ผิวหนังได้ ดังนั้นเพื่อเสริมสร้างผิวหนังให้แข็งแรง เราจึงขอแนะนำ PRO PLAN® ALL SIZE ADULT SENSITIVE SKIN AND STOMACH อาหารบำรุงขนสำหรับสุนัขแพ้ง่าย ที่ประกอบด้วยโปรตีนคุณภาพดี อย่างเนื้อปลาแซลมอนและปลาทูน่า ที่ช่วยหลีกเลี่ยงการแพ้โปรตีนจากเนื้อไก่ และยังมีกรดไขมันโอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 ที่ช่วยบำรุงผิวหนังและเส้นขนอีกด้วย

วิธีดูแลรักษาผิวหนังของสุนัข

   การดูแลผิวหนังนั้นคล้ายกับการดูแลเส้นขนเพื่อลดปัญหาขนร่วง ไม่ว่าจะเป็นการแปรงขนและอาบน้ำอย่างสม่ำเสมอ การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหนังและเส้นขน การควบคุมปรสิตภายนอก หรือการเลือกให้อาหารสุนัขสูตรบำรุงผิวหนังและเส้นขน นอกจากนี้ในสุนัขที่เป็นโรคผิวหนัง เจ้าของยังต้องคอยสังเกตอาการและรอยโรคอย่างใกล้ชิด และรีบพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์ทันที

การรักษาโรคผิวหนังในสุนัข

การรักษาโรคผิวหนังในสุนัข

   การรักษาโรคผิวหนัง สามารถทำได้หลายวิธี อาจรักษาด้วยวิธีเดียวหรือหลายวิธีร่วมกันขึ้นกับสาเหตุของโรค อาการ และรอยโรคที่พบ ซึ่งโดยทั่วไปวิธีที่สัตวแพทย์นิยมใช้ในการรักษา ได้แก่

  •    • การรักษาทางยา ทั้งยาในรูปแบบกิน หรือยาทาภายนอก โดยยาแต่ละชนิดจะมีวัตถุประสงค์ในการให้ที่แตกต่างกันตามสาเหตุของความผิดปกติ อาการ และรอยโรคที่พบ เช่น ยาลดการอักเสบ ยาลดอาการคัน ยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาการติดเชื้อแบคทีเรีย ยากำจัดปรสิต เป็นต้น ซึ่งในการเลือกยาเพื่อการรักษาต้องเป็นตามวิจารณญาณของสัตวแพทย์ เนื่องจากยาบางชนิดอาจเป็นอันตรายต่อสุนัขได้

       • การเปลี่ยนแชมพู เนื่องจากแชมพู คอนดิชันเนอร์ หรือผลิตภัณฑ์ทาผิวหนังสำหรับสุนัขบางชนิด อาจระคายเคืองต่อผิวหนัง หรือทำให้สุนัขเกิดอาการแพ้ได้ ดังนั้นสุนัขที่เป็นโรคผิวหนังจึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิวหนัง หรือบางครั้งสัตวแพทย์อาจแนะนำให้ใช้แชมพูยาที่มีฤทธิ์ในการรักษาอาการหรือรอยโรคทางผิวหนังร่วมด้วยเช่นกัน

       • การเปลี่ยนอาหาร อย่างที่ได้กล่าวไปในตอนต้นว่าการแพ้อาหารอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สุนัขเกิดความผิดปกติที่ผิวหนังได้ โดยเฉพาะการแพ้โปรตีนจากเนื้อสัตว์ต่าง ๆ เช่น เนื้อไก่ เนื้อวัว เป็นต้น ดังนั้นการเปลี่ยนให้สุนัขมากินอาหารสูตรสำหรับสุนัขแพ้ง่าย อย่างเช่น PRO PLAN ® ALL SIZE ADULT SENSITIVE SKIN AND STOMACH ที่ประกอบด้วยโปรตีนคุณภาพดีอย่างเนื้อปลาแซลมอน เสริมด้วยเนื้อปลาทูน่าชั้นดี ที่หลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการแพ้โปรตีนจากเนื้อไก่ อีกทั้งยังปราศจากส่วนผสมของข้าวสาลี ข้าวโพดและถั่วเหลือง ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการแพ้ในสุนัข

โภชนาการสำหรับโรคผิวหนังสุนัข

   อาหารที่สุนัขกินนั้นส่งผลต่อสุขภาพผิวหนังของสุนัข โดยสารอาหารที่สำคัญต่าง ๆ จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของผิวหนังและเส้นขนได้ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงต้องมีอาหารสุนัขโรคผิวหนังโดยเฉพาะ เพราะโภชนาการที่ดีถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่สำคัญ

   • กรดไขมันจำเป็น กรดไขมันจำเป็นชนิดโอเมก้า 3 มีส่วนช่วยลดการอักเสบของผิวหนัง บำรุงผิวหนังของสุนัขให้แข็งแรง และกรดไขมันจำเป็นชนิดโอเมก้า 6 จะช่วยบำรุงไม่ให้ผิวหนังแห้ง ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของเส้นขน และช่วยให้ขนสุนัขมีสีสวยเงางาม

   • สังกะสี เป็นแร่ธาตุสำคัญที่ช่วยเสริมความสมบูรณ์ของโครงสร้างผิวหนัง และช่วยในการเจริญเติบโตของเซลล์ผิวหนัง ช่วยเรื่องการหายของแผล และช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

   • วิตามินอี เป็นวิตามินที่ละลายได้ในไขมัน และยังมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยในการปกป้องโครงสร้างเยื่อหุ้มเซลล์ผิวหนังไม่ให้ถูกทำลายจากสารอนุมูลอิสระต่าง ๆ

   • วิตามินเอ เป็นวิตามินที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการแบ่งเซลล์ผิวหนัง การสร้างเคอราติน และการสังเคราะห์คอลลาเจนที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของผิวหนังได้

• โปรตีน เนื่องจากเส้นขนของสุนัขประกอบด้วยโปรตีน การได้รับโปรตีนอย่างเพียงพอจะช่วยเสริมให้เส้นขนแข็งแรงมากยิ่งขึ้น ในทางกลับกันหากสุนัขขาดโปรตีนอาจทำให้ความแข็งแรงของเส้นขนลดลง ส่งผลให้สุนัขมีปัญหาขนร่วง ขนแห้ง เปราะ และขาดง่าย

ปัญหาท้องอืดในสุนัข

ปัญหาท้องอืดในสุนัข

   นอกจากปัญหาทางระบบผิวหนังแล้ว อีกหนึ่งปัญหาสำคัญที่เราจะลืมไม่ได้ นั่นคือปัญหาระบบทางเดินอาหาร โดยปัญหาที่จะกล่าวถึงในที่นี้ คือปัญหาท้องอืดหรือการที่กระเพาะอาหารและลำไส้ของสุนัขเต็มไปด้วยแก๊สที่เกิดจากอาหารที่ไม่ย่อย โดยการที่อาหารไม่ย่อยนั้นอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ดังต่อไปนี้

  •    • การให้ลูกสุนัขกินนมวัว เนื่องจากทางเดินอาหารของสุนัขไม่มีเอนไซม์แลคเทสที่จะมาช่วยในการย่อยแลคโทสในนมวัวได้ ดังนั้นในกรณีที่ลูกสุนัขท้องอืดจากการกินนมวัว การป้องกันที่เจ้าของสามารถทำได้คือให้ลูกสุนัขกินนมแม่ หรือป้อนนมสำหรับลูกสุนัขโดยเฉพาะ โดยควรทยอยป้อนครั้งละน้อยแต่บ่อยครั้ง และคอยกระตุ้นการขับถ่ายให้ลูกสุนัขอยู่เสมอ

       • การเปลี่ยนอาหารใหม่ทันที โดยปกติจะแนะนำให้เจ้าของค่อย ๆ เปลี่ยนอาหาร โดยผสมอาหารใหม่เข้าไปในอาหารเดิมก่อนทีละน้อยจนสุนัขคุ้นชิน และระบบย่อยอาหารของสุนัขปรับตัวได้ แล้วจึงให้อาหารชนิดใหม่ หากเปลี่ยนแบบทันที นอกจากสุนัขจะมีอาการเบื่ออาหารแล้ว ยังอาจส่งผลให้สุนัขท้องเสียหรือท้องผูกได้อีกด้วย

       • การให้อาหารที่ไม่มีคุณภาพ เช่น อาหารที่บูดเน่า อาหารที่มีไขมันสูงมาก หรืออาหารที่ย่อยยาก อาจทำให้ระบบย่อยอาหารของสุนัขไม่สามารถย่อยได้ทัน อีกทั้งอาหารที่บูดเน่ายังเป็นสาเหตุให้เกิดการหมักขึ้นในลำไส้ ทำให้เกิดแก๊สสะสมอยู่ในทางเดินอาหารเพิ่มขึ้นอีกด้วย

       • สุนัขมีนิสัยกินเร็ว สุนัขบางตัวที่มีพฤติกรรมกินอาหารอย่างรวดเร็ว มักจะเสี่ยงต่อการเกิดท้องอืด เนื่องจากกระเพาะอาหารไม่สามารถย่อยอาหารได้ทัน ยิ่งไปกว่านั้นหากสุนัขมีปัญหาที่ระบบทางเดินอาหาร ที่ส่งผลให้การเคลื่อนไหวของลำไส้ผิดปกติ ก็ยิ่งทำให้อาหารคงค้างอยู่ในทางเดินอาหารจนเกิดเป็นการแก๊สสะสมขึ้นมาได้อีกด้วย

วิธีการดูแลสุนัขท้องอืด

   เบื้องต้นหากได้ข้อสันนิษฐานแล้วว่าสุนัขอาจมีอาการท้องอืด เช่น พบอาการเรอหรือผายลมมากผิดปกติ และ/หรือร่วมกับท้องกาง เบื้องต้นควรงดอาหาร และพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์ให้เร็วที่สุด เพราะหากปล่อยไว้ไม่รีบรักษาด้วยการระบายแก๊สออก แก๊สในทางเดินอาหารเหล่านี้ อาจไปดันในส่วนกระบังลม ทำให้สุนัขหายใจลำบาก จนถึงขั้นเสียชีวิตได้

การป้องกันปัญหาท้องอืดในสุนัข

   หากพิจารณาจากสาเหตุข้างต้น จะเห็นว่าปัญหาท้องอืดส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการให้อาหารที่ไม่เหมาะสม และความผิดปกติด้านพฤติกรรม ดังนั้นการดูแลจากเจ้าของจึงเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยป้องกันปัญหาท้องอืดในสุนัขได้ เริ่มจากการเลือกอาหารที่มีคุณภาพดี ที่สุนัขสามารถย่อยได้ง่าย อีกทั้งยังไม่ควรให้สุนัขกินนมวัว ธัญพืชต่าง ๆ หรืออาหารที่มีไขมันสูง

   นอกจากเรื่องชนิดอาหารแล้ว วิธีการให้อาหารก็มีส่วนสำคัญ ในสุนัขที่มีนิสัยกินเร็ว และกินในปริมาณมาก ในกรณีที่เจ้าของเลี้ยงสุนัขร่วมกันจำนวนมาก อาจต้องหลีกเลี่ยงการให้อาหารพร้อมกัน หรือกรณีที่เลี้ยงตัวเดียว อาจต้องเปลี่ยนวิธีให้อาหาร มาเป็นการให้ครั้งละน้อยแต่บ่อยครั้งแทน นอกจากนี้การพาสุนัขไปออกกำลังกาย และการให้สุนัขดื่มน้ำสะอาดอย่างเพียงพอจะช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบย่อยอาหารให้ดีขึ้นอีกด้วย

โภชนาการสำหรับสุนัขที่ย่อยยาก

โภชนาการสำหรับสุนัขที่ย่อยยาก

  •    สำหรับสุนัขที่อาหารไม่ย่อย ท้องอืด หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการทำงานระบบทางเดินอาหาร การเลือกโภชนาการที่เหมาะสมถือเป็นสิ่งสำคัญ โดยโภชนาการที่เหมาะสมสำหรับสุนัขกลุ่มนี้ ได้แก่

       • ไฟเบอร์ มีส่วนสำคัญในการควบคุมการทำงานของลำไส้ใหญ่ โดยพรีไบโอติกส์ (prebiotics) ถือเป็นไฟเบอร์ชนิดหนึ่งมีประโยชน์ต่อแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในลำไส้ใหญ่ นอกจากนี้ไฟเบอร์ยังช่วยให้สุนัขอิ่มท้องได้นาน ช่วยเรื่องการขับถ่าย และช่วยลดอาการท้องผูกได้ดีอีกด้วย

       • คาร์โบไฮเดรต เบื้องต้นควรเลือกอาหารที่ประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรตเป็นชนิดที่ย่อยง่าย และควรเป็นชนิดที่สุนัขมักจะไม่มีอาการแพ้ อย่างเช่น PRO PLAN® ALL SIZE ADULT SENSITIVE SKIN AND STOMACH ที่ประกอบด้วยข้าวโอ๊ต บริวเวอร์ไรซ์ และข้าวฟ่างเต็มเมล็ด โดยปราศจากข้าวสาลี ข้าวโพด และถั่วเหลือง จึงช่วยลดความเสี่ยงในสุนัขที่แพ้ธัญพืชได้

       • ไขมัน ในสุนัขที่มีปัญหาเรื่องการทำงานของระบบย่อยอาหาร ควรเลือกให้อาหารที่มีไขมันต่ำ เพื่อให้สุนัขสามารถดูดซึมไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

   จากข้างต้นจะเห็นได้ว่าโภชนาการมีส่วนสำคัญในการดูแลและเสริมสร้างผิวหนังและระบบย่อยอาหาร ดังนั้นเพื่อสุขภาพที่ดีของสุนัข เจ้าของสุนัขจึงควรเลือกอาหารที่มีโภชนาการที่ครบถ้วนและสมดุล ย่อยง่าย และทำมาจากวัตถุดิบคุณภาพดี เพื่อให้สุนัขสามารถดูดซึมไปใช้ได้อย่างเต็มที่และไม่เกิดอาการแพ้ทั้งผิวหนังและทางเดินอาหาร อย่าง PRO PLAN ® ALL SIZE ADULT SENSITIVE SKIN AND STOMACH ที่ประกอบด้วยโปรตีนคุณภาพดีอย่างเนื้อปลาแซลมอน เสริมด้วยเนื้อปลาทูน่าชั้นดี เหมาะสำหรับสุนัขที่แพ้โปรตีนจากไก่และวัว อีกทั้งยังปราศจากข้าวสาลี ข้าวโพด และถั่วเหลือง ช่วยลดความเสี่ยงในสุนัขที่แพ้ธัญพืช ดังนั้นจึงสามารถลดการแพ้ได้ทั้งผิวหนังและทางเดินอาหาร (Dual Action) และยังช่วยบำรุงผิวหนังและขนให้สีสวยเงางามได้อีกด้วย

ฝึกสุนัขให้เชื่อฟัง แข็งแรง รูปร่างดี

ฝึกสุนัขอย่างไร ให้ฉลาดเชื่อฟังพร้อมๆ ไปกับแข็งแรงและรูปร่างดี

เมื่อเราสามารถฝึกสุนัขให้เชื่อฟังคำสั่งไปพร้อมๆ กับแข็งแรงรูปร่างดีได้ มารู้จักเทคนิคการฝึกออกกำลังกายและโภชนาการสำหรับสุนัขกัน

BACK